• ChatGPT Image 14 ก.ค. 2569 16_33_38

วิธีประเมินราคาบ้านมือสองเบื้องต้น

การขายบ้านมือสองให้ได้ราคาดีและขายได้เร็ว เริ่มต้นจากการ ประเมินราคาบ้านให้ใกล้เคียงกับราคาตลาดจริง เพราะราคาขายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ซื้อตัดสินใจว่าจะสนใจ นัดชมบ้าน หรือเลื่อนผ่านไปดูหลังอื่น

เจ้าของบ้านหลายคนมักตั้งราคาจากความรู้สึก เช่น ซื้อมาแพง ต่อเติมเยอะ อยู่มานาน หรืออยากเผื่อต่อราคา แต่ในมุมของผู้ซื้อ เขาจะเปรียบเทียบบ้านหลายหลังในทำเลเดียวกัน แล้วเลือกหลังที่รู้สึกว่า “คุ้มค่าที่สุด”

ดังนั้นก่อนประกาศขายบ้าน เจ้าของบ้านควรรู้ วิธีประเมินราคาบ้านมือสองเบื้องต้น เพื่อช่วยตั้งราคาขายให้เหมาะสม ไม่สูงเกินจนบ้านขายช้า และไม่ต่ำเกินจนเสียผลประโยชน์


ทำไมต้องประเมินราคาบ้านก่อนขาย?

การประเมินราคาบ้านช่วยให้เจ้าของบ้านรู้ว่าทรัพย์ของตัวเองควรตั้งขายในระดับไหน และมีโอกาสขายจริงที่ราคาเท่าไหร่

ถ้าตั้งราคาสูงเกินตลาด บ้านอาจค้างขายนาน คนสนใจน้อย และสุดท้ายต้องลดราคาภายหลัง
แต่ถ้าตั้งราคาต่ำเกินไป เจ้าของบ้านอาจขายได้เร็วก็จริง แต่เสียโอกาสได้เงินมากกว่าที่ควร

การประเมินราคาที่ดีจึงช่วยให้เจ้าของบ้านตอบ 3 คำถามสำคัญได้ชัดขึ้น:

  1. บ้านควรตั้งขายเท่าไหร่
  2. ราคาขายเร็วควรอยู่ที่ระดับไหน
  3. ราคาสูงสุดที่ยังพอทดสอบตลาดได้คือเท่าไหร่

พูดง่าย ๆ คือ ประเมินราคาก่อนขาย เหมือนวาง GPS ให้ดีล ไม่ใช่ขับไปเรื่อยแล้วหวังว่าจะถึงเส้นชัยเอง


ปัจจัยหลักที่ใช้ประเมินราคาบ้านมือสอง

1. ทำเลที่ตั้งของบ้าน

ทำเลคือหัวใจของราคาอสังหาริมทรัพย์ บ้านที่อยู่ในทำเลดี เดินทางสะดวก ใกล้ถนนใหญ่ ใกล้รถไฟฟ้า ทางด่วน ห้าง โรงเรียน โรงพยาบาล หรือแหล่งงาน มักมีมูลค่าสูงกว่าบ้านที่อยู่ลึกหรือเดินทางยาก

สิ่งที่ควรดู ได้แก่

  • บ้านอยู่ซอยลึกหรือไม่
  • เข้าออกได้กี่ทาง
  • ใกล้ถนนใหญ่แค่ไหน
  • ใกล้รถไฟฟ้าหรือทางด่วนหรือไม่
  • รอบข้างเป็นชุมชนแบบไหน
  • ทำเลมีแนวโน้มเติบโตหรือไม่
  • มีโครงการใหม่หรือสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มขึ้นหรือเปล่า

บ้านสองหลังขนาดเท่ากัน แต่คนละทำเล ราคาสามารถต่างกันมากได้ เพราะผู้ซื้อไม่ได้ซื้อแค่ตัวบ้าน แต่ซื้อความสะดวกในการใช้ชีวิตด้วย


2. ขนาดที่ดินและพื้นที่ใช้สอย

ราคาบ้านมือสองต้องดูทั้ง ขนาดที่ดิน และ พื้นที่ใช้สอย เพราะสองส่วนนี้มีผลต่อมูลค่าทรัพย์โดยตรง

ตัวอย่างข้อมูลที่ควรนำมาประเมิน:

  • เนื้อที่กี่ตารางวา
  • พื้นที่ใช้สอยกี่ตารางเมตร
  • หน้ากว้างบ้านกี่เมตร
  • มีพื้นที่ข้างบ้านหรือไม่
  • เป็นแปลงมุมหรือแปลงกลาง
  • ต่อเติมพื้นที่เพิ่มหรือไม่
  • จอดรถได้กี่คัน

บ้านที่มีที่ดินมากกว่า หน้ากว้างกว่า หรือมีพื้นที่ข้างบ้าน มักได้เปรียบในการตั้งราคา โดยเฉพาะบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม


3. ประเภททรัพย์และรูปแบบบ้าน

ประเภททรัพย์มีผลกับกลุ่มผู้ซื้อและราคาตลาด เช่น บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม อาคารพาณิชย์ คอนโด หรือที่ดิน แต่ละประเภทมีวิธีประเมินต่างกัน

ตัวอย่างเช่น

  • บ้านเดี่ยว มักดูที่ดิน ทำเล ความเป็นส่วนตัว และฟังก์ชัน
  • บ้านแฝด ดูขนาดที่ดิน ฟังก์ชัน และพื้นที่ข้างบ้าน
  • ทาวน์โฮม ดูหน้ากว้าง จำนวนชั้น ทำเล และที่จอดรถ
  • คอนโด ดูชั้น วิว ขนาดห้อง ทิศ อาคาร และส่วนกลาง
  • อาคารพาณิชย์ ดูทำเลค้าขาย หน้ากว้าง และศักยภาพเชิงพาณิชย์

การประเมินราคาต้องเทียบกับทรัพย์ประเภทเดียวกัน ไม่ควรเอาบ้านเดี่ยวไปเทียบกับทาวน์โฮม หรือเอาคอนโดคนละเกรดมาเทียบกันตรง ๆ เพราะราคาจะเพี้ยน


4. สภาพบ้านปัจจุบัน

สภาพบ้านมีผลต่อราคามาก โดยเฉพาะบ้านมือสอง เพราะผู้ซื้อจะคิดต่อทันทีว่า “ซื้อแล้วต้องซ่อมอีกเท่าไหร่”

บ้านที่พร้อมอยู่ สะอาด ดูแลดี ระบบไฟ น้ำ หลังคา ห้องน้ำ ห้องครัว ยังใช้งานได้ดี จะมีโอกาสตั้งราคาได้ดีกว่าบ้านที่ต้องซ่อมหลายจุด

สิ่งที่ควรตรวจดู ได้แก่

  • สีบ้านเก่าหรือใหม่
  • หลังคามีรั่วหรือไม่
  • ระบบไฟใช้งานปกติไหม
  • ระบบน้ำมีปัญหาหรือเปล่า
  • ห้องน้ำต้องปรับปรุงหรือไม่
  • ห้องครัวพร้อมใช้งานไหม
  • พื้น ผนัง ฝ้า มีรอยเสียหายหรือไม่
  • บ้านมีกลิ่นอับหรือความชื้นหรือเปล่า

บ้านที่สภาพดี ไม่จำเป็นต้องรีโนเวทใหญ่เสมอไป แต่อย่างน้อยควรสะอาด เรียบร้อย และทำให้ผู้ซื้อรู้สึกว่าเข้าอยู่ได้ง่าย


5. อายุบ้านและการดูแลรักษา

บ้านที่อายุมากไม่ได้แปลว่าราคาต้องต่ำเสมอไป ถ้าบ้านได้รับการดูแลดี โครงสร้างแข็งแรง และมีการปรับปรุงบางส่วน ก็ยังสามารถตั้งราคาได้ดี

แต่ถ้าบ้านอายุมากและไม่เคยดูแลเลย ผู้ซื้ออาจต้องเผื่องบซ่อม ทำให้ต่อรองราคาหนักขึ้น

เจ้าของบ้านควรเตรียมข้อมูล เช่น

  • บ้านสร้างมากี่ปี
  • เคยรีโนเวทหรือซ่อมแซมอะไรบ้าง
  • ต่อเติมครัว โรงรถ หรือพื้นที่ใช้สอยหรือไม่
  • มีใบอนุญาตต่อเติมหรือไม่ ถ้าจำเป็น
  • ระบบต่าง ๆ ยังใช้งานได้ดีหรือเปล่า

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้นายหน้าหรือผู้ประเมินอธิบายมูลค่าบ้านได้ชัดขึ้น


6. ทิศทางบ้านและตำแหน่งแปลง

ในตลาดบ้านมือสอง ทิศบ้านและตำแหน่งแปลงก็มีผลต่อความสนใจของผู้ซื้อ

บ้านบางหลังได้เปรียบเพราะเป็นแปลงมุม หน้าสวน ถนนเมน ใกล้คลับเฮาส์ หรือไม่ติดจุดรบกวน ส่วนบางหลังอาจเสียเปรียบเพราะอยู่ท้ายซอย ติดกำแพง ติดถนนเสียงดัง หรือหน้าบ้านชนบ้านตรงข้ามมากเกินไป

ปัจจัยที่ควรดู:

  • บ้านหันทิศอะไร
  • เป็นแปลงมุมหรือไม่
  • อยู่ถนนเมนหรือซอยย่อย
  • หน้าบ้านกว้างไหม
  • มีพื้นที่รอบบ้านหรือไม่
  • ใกล้เสาไฟ หม้อแปลง หรือจุดรบกวนหรือเปล่า
  • อยู่ใกล้ส่วนกลางหรือสวนหรือไม่

จุดเล็ก ๆ เหล่านี้บางครั้งเป็นตัวเร่งหรือถ่วงการตัดสินใจของผู้ซื้อได้เลย


7. ราคาทรัพย์ใกล้เคียงในตลาด

หนึ่งในวิธีประเมินราคาบ้านมือสองที่สำคัญที่สุดคือการดู ราคาทรัพย์ใกล้เคียง หรือที่เรียกว่า Comparable Market Price

ควรเปรียบเทียบบ้านที่ใกล้เคียงกันในด้าน:

  • โครงการเดียวกัน
  • ทำเลเดียวกัน
  • ประเภททรัพย์เดียวกัน
  • ขนาดที่ดินใกล้เคียงกัน
  • พื้นที่ใช้สอยใกล้เคียงกัน
  • สภาพบ้านใกล้เคียงกัน
  • จำนวนห้องและที่จอดรถใกล้เคียงกัน

แต่ต้องระวังว่า “ราคาประกาศ” ไม่เท่ากับ “ราคาขายจริง” เสมอไป บางหลังตั้งราคาสูงไว้แต่ขายไม่ได้ บางหลังลดราคาหลายรอบแล้วแต่ยังประกาศค้างอยู่

ดังนั้นควรดูทั้งราคาประกาศ ระยะเวลาที่ขาย และ Feedback ตลาดประกอบกัน


วิธีประเมินราคาบ้านมือสองเบื้องต้นแบบง่าย

ขั้นตอนที่ 1: รวบรวมข้อมูลบ้านของตัวเอง

ก่อนประเมินราคา เจ้าของบ้านควรเตรียมข้อมูลให้ครบ เช่น

  • ชื่อโครงการหรือทำเล
  • ขนาดที่ดิน
  • พื้นที่ใช้สอย
  • จำนวนชั้น
  • จำนวนห้องนอน ห้องน้ำ
  • จำนวนที่จอดรถ
  • ทิศบ้าน
  • อายุบ้าน
  • สภาพบ้าน
  • รายการต่อเติม
  • ค่าใช้จ่ายส่วนกลาง
  • จุดเด่นของบ้าน
  • สถานที่ใกล้เคียง

ข้อมูลครบ ราคาที่ประเมินจะใกล้เคียงความจริงมากขึ้น


ขั้นตอนที่ 2: หาราคาบ้านใกล้เคียงอย่างน้อย 5-10 รายการ

ควรดูบ้านที่ประกาศขายในโครงการเดียวกันหรือทำเลใกล้เคียงอย่างน้อย 5-10 รายการ เพื่อหาแนวราคาตลาด

ตัวอย่างตารางเปรียบเทียบ:

รายการเปรียบเทียบเนื้อที่สภาพบ้านราคาประกาศ
บ้าน A โครงการเดียวกัน50 ตร.วาพร้อมอยู่5.50 ล้าน
บ้าน B ใกล้เคียง52 ตร.วารีโนเวทบางส่วน5.80 ล้าน
บ้าน C ซอยเดียวกัน48 ตร.วาสภาพเดิม5.20 ล้าน
บ้าน D ทำเลใกล้กัน55 ตร.วาใหม่กว่า6.10 ล้าน
บ้าน E โครงการเดียวกัน50 ตร.วาต้องซ่อม4.90 ล้าน

จากข้อมูลนี้จะเริ่มเห็นช่วงราคาคร่าว ๆ ว่าบ้านควรอยู่ระดับไหน


ขั้นตอนที่ 3: ปรับราคาตามจุดเด่นและจุดด้อยของบ้าน

หลังจากเห็นราคาทรัพย์ใกล้เคียงแล้ว ต้องปรับราคาตามสภาพจริงของบ้านตัวเอง

ตัวอย่างปัจจัยที่อาจทำให้ราคาสูงขึ้น:

  • แปลงมุม
  • บ้านพร้อมอยู่
  • รีโนเวทใหม่
  • หน้ากว้าง
  • จอดรถได้หลายคัน
  • ใกล้ถนนใหญ่
  • ใกล้รถไฟฟ้าหรือทางด่วน
  • มีพื้นที่ข้างบ้าน
  • ต่อเติมครัวเรียบร้อย

ปัจจัยที่อาจทำให้ราคาต้องปรับลง:

  • บ้านต้องซ่อมเยอะ
  • อยู่ซอยลึก
  • พื้นที่ใช้สอยน้อยกว่า
  • บ้านอับแสง
  • ที่จอดรถน้อย
  • สภาพบ้านเก่ากว่าคู่แข่ง
  • มีค่าใช้จ่ายส่วนกลางสูง
  • อยู่ในตำแหน่งที่ผู้ซื้อไม่ชอบ

การประเมินราคาที่ดีต้องกล้าดูทั้งข้อดีและข้อเสีย ไม่ใช่ดูแต่จุดที่ทำให้ราคาแพงขึ้นอย่างเดียว


ขั้นตอนที่ 4: กำหนดราคา 3 ระดับ

หลังจากประเมินแล้ว แนะนำให้เจ้าของบ้านกำหนดราคาไว้ 3 ระดับ เพื่อใช้วางกลยุทธ์การขาย

1. ราคาขายเร็ว

เป็นราคาที่ดึงดูดผู้ซื้อได้มากที่สุด เหมาะกับเจ้าของบ้านที่ต้องการขายไว หรือมีเหตุผลต้องใช้เงินในระยะสั้น

2. ราคาตลาด

เป็นราคาที่สมดุลที่สุด ไม่ถูกเกินไป ไม่แพงเกินไป และมีโอกาสขายได้ในเวลาที่เหมาะสม

3. ราคาทดสอบตลาด

เป็นราคาที่สูงกว่าราคาตลาดเล็กน้อย เหมาะกับบ้านที่มีจุดเด่นจริง แต่ควรกำหนดระยะเวลาทดสอบ เช่น 30-45 วัน หากไม่มีคนสนใจ ควรปรับกลยุทธ์ทันที

วิธีนี้ช่วยให้เจ้าของบ้านตัดสินใจง่ายขึ้น และไม่ยึดติดกับราคาเดียวจนบ้านค้างตลาด


สูตรคิดราคาบ้านมือสองแบบเบื้องต้น

การประเมินแบบง่ายสามารถใช้แนวคิดนี้ได้:

ราคาบ้านโดยประมาณ = ราคาทรัพย์ใกล้เคียง + มูลค่าจุดเด่น – ต้นทุนจุดด้อย

ตัวอย่าง:

บ้านใกล้เคียงขายอยู่ประมาณ 5.50 ล้านบาท
บ้านของเรามีแปลงมุมและต่อเติมครัวดี อาจบวกมูลค่าเพิ่ม
แต่บ้านของเราสีเก่าและห้องน้ำต้องปรับปรุง อาจต้องหักต้นทุนซ่อม

ดังนั้นราคาที่เหมาะสมอาจอยู่ในช่วง 5.40-5.70 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับสภาพจริงและความต้องการของตลาด

อย่างไรก็ตาม สูตรนี้เป็นเพียงการประเมินเบื้องต้น ไม่ใช่ราคาประเมินทางราชการหรือราคาที่ผู้ซื้อจะยอมจ่ายแน่นอน ต้องดูข้อมูลตลาดร่วมด้วยเสมอ


ราคาประเมินราชการกับราคาตลาดต่างกันอย่างไร?

เจ้าของบ้านหลายคนเข้าใจผิดว่า ราคาประเมินราชการคือราคาขายจริง ซึ่งไม่เสมอไป

ราคาประเมินราชการ คือราคาที่ใช้เป็นฐานคำนวณค่าธรรมเนียมและภาษีบางรายการในวันโอน
ส่วน ราคาตลาด คือราคาที่ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงซื้อขายกันจริงตามภาวะตลาด

ในหลายกรณี ราคาตลาดอาจสูงกว่าหรือต่ำกว่าราคาประเมินราชการได้ ขึ้นอยู่กับทำเล สภาพบ้าน ความต้องการของผู้ซื้อ และราคาทรัพย์ใกล้เคียง

ดังนั้นการตั้งราคาขายบ้านควรดูราคาตลาดเป็นหลัก ไม่ใช่ดูราคาประเมินราชการอย่างเดียว


ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการประเมินราคาบ้านมือสอง

1. ตั้งราคาจากความรู้สึก

เจ้าของบ้านมักรู้สึกว่าบ้านของตัวเองมีมูลค่าสูง เพราะมีความผูกพันหรือเคยลงทุนต่อเติม แต่ผู้ซื้อจะมองจากความคุ้มค่าและตัวเลือกในตลาด

2. เทียบราคากับบ้านที่ไม่เหมือนกัน

การเอาบ้านคนละขนาด คนละสภาพ หรือคนละทำเลมาเทียบกันตรง ๆ จะทำให้ราคาประเมินคลาดเคลื่อน

3. ดูแต่ราคาประกาศ ไม่ดูว่าขายได้จริงหรือไม่

บางหลังประกาศแพงแต่ขายไม่ได้ ถ้าเอาราคานั้นมาอ้าง บ้านเราอาจตั้งราคาสูงเกินตลาดตามไปด้วย

4. ไม่คิดต้นทุนซ่อมแซม

ผู้ซื้อจะคิดงบซ่อมต่อทันที ถ้าบ้านต้องซ่อมเยอะ ราคาขายควรสะท้อนสภาพจริง

5. ไม่ดูการแข่งขันในตลาด

ถ้าในทำเลเดียวกันมีบ้านขายหลายหลัง ผู้ซื้อจะมีตัวเลือกมากขึ้น บ้านที่ตั้งราคาไม่แข่งขันจะขายยากกว่า


สัญญาณว่าประเมินราคาบ้านสูงเกินไป

หลังลงประกาศขาย หากเจอสัญญาณเหล่านี้ อาจแปลว่าราคาสูงเกินตลาด:

  • คนเห็นประกาศเยอะ แต่ไม่มีคนทัก
  • มีคนทัก แต่ไม่มีใครนัดชมบ้าน
  • มีคนชมบ้านแล้วเงียบ
  • ลูกค้าต่อราคาหนักมาก
  • ลูกค้าบอกว่ามีบ้านใกล้เคียงถูกกว่า
  • ลงขายนานกว่า 60-90 วันแล้วยังไม่มีข้อเสนอจริง
  • ต้องลงประกาศซ้ำหลายรอบแต่ผลลัพธ์ไม่เปลี่ยน

ถ้าเจอสัญญาณแบบนี้ ควรกลับมาทบทวนราคา ภาพถ่าย ข้อความประกาศ และกลยุทธ์การตลาดใหม่


ให้นายหน้าช่วยประเมินราคาบ้านดีไหม?

ถ้าเจ้าของบ้านไม่แน่ใจเรื่องราคาตลาด การให้นายหน้าหรือบริษัทอสังหาริมทรัพย์ช่วยประเมินราคาถือเป็นทางเลือกที่ดี เพราะนายหน้าที่มีประสบการณ์จะช่วยดูข้อมูลหลายด้าน เช่น

  • ราคาทรัพย์ใกล้เคียง
  • สภาพตลาดในทำเลนั้น
  • จุดเด่นและจุดด้อยของบ้าน
  • กลุ่มผู้ซื้อที่น่าจะสนใจ
  • ระดับราคาที่ขายเร็ว
  • ระดับราคาที่เหมาะกับการทดสอบตลาด
  • กลยุทธ์ตั้งราคาก่อนประกาศขาย

นอกจากนี้ นายหน้ายังช่วยประเมินได้ว่า ควรปรับปรุงบ้านเล็กน้อยก่อนขายหรือไม่ เช่น เก็บของ ทำความสะอาด ทาสีบางจุด หรือถ่ายภาพใหม่ เพื่อเพิ่มความน่าสนใจโดยไม่ต้องรีโนเวทหนัก


ประเมินราคาบ้านแล้วควรทำอะไรต่อ?

หลังจากได้ราคาประเมินเบื้องต้นแล้ว เจ้าของบ้านควรทำ 5 ขั้นตอนนี้:

  1. เลือกระดับราคาที่ต้องการเริ่มขาย
  2. เตรียมเอกสารบ้านให้พร้อม
  3. จัดบ้านและถ่ายภาพให้ดูดี
  4. เขียนประกาศให้ชัดเจน
  5. วางแผนการตลาดหลายช่องทาง

การขายบ้านที่ดีไม่ใช่แค่รู้ราคา แต่ต้องนำราคานั้นไปวางกลยุทธ์การขายให้ถูกด้วย


สรุป วิธีประเมินราคาบ้านมือสองเบื้องต้น

การประเมินราคาบ้านมือสองเบื้องต้นควรดูจากหลายปัจจัยร่วมกัน ไม่ใช่ดูแค่ราคาที่เจ้าของอยากได้

ปัจจัยสำคัญที่ควรใช้ประเมิน ได้แก่

  1. ทำเลที่ตั้ง
  2. ขนาดที่ดินและพื้นที่ใช้สอย
  3. ประเภททรัพย์
  4. สภาพบ้าน
  5. อายุบ้านและการดูแลรักษา
  6. ทิศทางบ้านและตำแหน่งแปลง
  7. ราคาทรัพย์ใกล้เคียงในตลาด
  8. จุดเด่นและจุดด้อยของบ้าน
  9. ความต้องการของผู้ซื้อ
  10. ระยะเวลาที่ต้องการขาย

ราคาที่ดีไม่ใช่ราคาสูงที่สุด แต่คือราคาที่เหมาะกับตลาด ดึงดูดผู้ซื้อ และยังรักษาผลประโยชน์ของเจ้าของบ้านได้ดีที่สุด

สรุปแบบตรง ๆ คือ ประเมินราคาแม่น ขายง่ายขึ้น เจรจาดีขึ้น และลดโอกาสบ้านค้างตลาด


FAQ: คำถามที่พบบ่อย

ประเมินราคาบ้านมือสองต้องดูจากอะไร?

ควรดูจากทำเล ขนาดที่ดิน พื้นที่ใช้สอย สภาพบ้าน อายุบ้าน ราคาทรัพย์ใกล้เคียง จุดเด่นจุดด้อย และความต้องการของผู้ซื้อในตลาด


ราคาประเมินราชการใช้ตั้งราคาขายบ้านได้ไหม?

ใช้ประกอบได้ แต่ไม่ควรใช้เป็นหลักเพียงอย่างเดียว เพราะราคาประเมินราชการอาจไม่ตรงกับราคาตลาดจริง เจ้าของบ้านควรดูราคาทรัพย์ใกล้เคียงร่วมด้วย


บ้านรีโนเวทใหม่ควรตั้งราคาแพงกว่าหลังอื่นไหม?

สามารถตั้งสูงกว่าได้ หากการรีโนเวทช่วยเพิ่มมูลค่าจริง เช่น บ้านพร้อมอยู่ วัสดุดี ฟังก์ชันดี และยังอยู่ในช่วงราคาที่ผู้ซื้อยอมรับได้


ถ้าตั้งราคาสูงไว้ก่อนแล้วค่อยลดทีหลัง ดีไหม?

ทำได้ แต่ต้องระวัง เพราะช่วงแรกที่ลงประกาศคือช่วงที่บ้านมีโอกาสได้รับความสนใจมากที่สุด หากตั้งราคาสูงเกินไป บ้านอาจเสียโอกาสตั้งแต่ต้น


ให้นายหน้าประเมินราคาบ้าน มีค่าใช้จ่ายไหม?

ขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัทหรือแต่ละนายหน้า บางรายประเมินเบื้องต้นให้ฟรีเพื่อประกอบการฝากขาย บางรายอาจมีค่าบริการเฉพาะ ควรสอบถามเงื่อนไขก่อนใช้บริการ


ไม่แน่ใจว่าบ้านของคุณควรตั้งขายเท่าไหร่?
ให้ทีม JJ Infinity Property ช่วยประเมินราคาบ้านมือสอง วิเคราะห์ตลาด วางแผนการขาย และหาผู้ซื้อจริงให้แบบมืออาชีพ

ติดต่อ : 020-777-054
LINE OA : @jjinfinity
เว็บไซต์ : www.jjinfinityproperty.com

#ประเมินราคาบ้าน #ราคาบ้านมือสอง #ขายบ้านมือสอง #รับฝากขายบ้าน #JJInfinityProperty

Leave a Reply

Your email address will not be published.